แผนงานศักยภาพการท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สู่การเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงประชาคมอาเซียน

แผนงานวิจัยเรื่องนี้เป็นการศึกษาศักยภาพของแต่ละภาคส่วนตามกรอบประเด็นของ ASEAN Tourism Strategic Plan 2011 – 2015 เพื่อวางกรอบการทำงานในลักษณะบูรณาการสู่แผนปฏิบัติการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางสู่การเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงประชาคมอาเซียน ซึ่งเป็นการยกระดับการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง โดยส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมเสริมต่างๆ ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางในการให้บริการแก่นักท่องเที่ยว โดยเน้นให้คนในพื้นที่มีบทบาทในการกำหนดแนวทางในการดำเนินการต่างๆ ด้วยตัวเอง เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งและสามารถพัฒนาต่อไปได้อย่างยั่งยืน โดยมีวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อ 1) ศึกษาความพร้อมและประเมินศักยภาพของแต่ละภาคส่วนที่เป็นองค์ประกอบใน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตามกรอบประเด็นของ ASEAN Tourism Strategic Plan 2011 – 2015 และ 2) เพื่อให้ได้แนวทางในการเพิ่มศักยภาพและพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อรองรับประชาคมอาเซียน มีขอบเขตพื้นที่ศึกษาเป็นกลุ่มคลัสเตอร์การท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางทั้ง 4 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม และร้อยเอ็ด การวิจัยครั้งนี้ใช้วิธีการสำรวจข้อมูลเชิงคุณภาพ (Exploratory Qualitative Research) เพื่อให้ได้ข้อมูลเบื้องต้นตามวัตถุประสงค์ โดยใช้การเก็บข้อมูลจากกแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์เชิงลึก และการประชุมกลุ่มผู้ประกอบการในภาคส่วนต่างๆ รวมทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยการวิจัยแบบสำรวจภาคสนาม (Field Survey Research) ลงพื้นที่เพื่อสำรวจและเก็บข้อมูลของแหล่งท่องเที่ยวด้านต่างๆ และเก็บข้อมูลพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจากแบบสอบถาม

ข้อค้นพบที่ได้จากการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานและปัจจัยแวดล้อมที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาศักยภาพและความสามารถด้านการท่องเที่ยวของพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางชี้ให้เห็นถึงประเด็นและเงื่อนไขการพัฒนาที่ควรให้ความสำคัญและจําเป็นต้องได้รับการแก้ไขส่งเสริมเพื่อยกระดับความสามารถของกลุ่มจังหวัดและใช้เป็นกรอบแนวคิดในการกําหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพทางการท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางสู่การเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงประชาคมอาเซียน ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้

1) ยุทธศาสตร์การพัฒนาภายใต้โครงการความร่วมมือของประเทศในกลุ่ม GMS ตามแนว Economic Corridor จะช่วยส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในการเป็นผู้นําด้านการท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคและภูมิภาคนี้จากความได้เปรียบทางสภาพภูมิเศรษฐกิจ ที่สามารถพัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว (Tourism Hub) ทั้งทางอากาศและการคมนาคมขนส่ง โดยการเชื่อมโยงทางบกตามเส้นทางเศรษฐกิจหลักแนวเหนือ-ใต้ (North-South Corridor) และตะวันออกตะวันตก (East-West Corridor) เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในภูมิภาค โดยการสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดต่อกัน เพื่อสร้างความหลากหลายทางด้านสินค้าการท่องเที่ยวให้มากขึ้น (Diversity of Tourism Products) เช่น การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม (Cultural Tourism) การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Eco-Tourism) และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agro Tourism) เพื่อนําไปสู่การกระจายรายได้ และสร้างงานแก่ประชาชนในพื้นที่

2) กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของกลุ่มจังหวัด เป็นเพียงกิจกรรมการท่องเที่ยวตามเทศกาลเท่านั้น ยังไม่มีการพัฒนากิจกรรมสนับสนุนเพื่อสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นเพิ่มเติม ปัจจุบันการจัดงานท่องเที่ยวเทศกาลต่างๆ เช่น งานบุญผะเหวดที่จังหวัดร้อยเอ็ด งานบุญพาข้าวลิงที่จังหวัดมหาสารคามฯลฯ ยังขาดการสนับสนุนงบประมาณ การวางแผนงาน และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพจากหน่วยงานทั้งในส่วนกลางและระดับพื้นที่อย่างจริงจังและต่อเนื่อง และไม่มีหน่วยงานกลางช่วยในการประชาสัมพันธ์ ส่งผลให้กิจกรรมการท่องเที่ยวที่จัดขึ้นเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวในวงจํากัดเฉพาะในพื้นที่ โดยรอบเท่านั้น และไม่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นและชาวต่างชาติให้เข้ามามีส่วนร่วมในงานกิจกรรมดังกล่าวได้

3) เส้นทางคมนาคมในพื้นที่ยังไม่สามารถเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวภายในกลุ่มจังหวัดได้อย่างครบถ้วน เนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวกระจายตัวและอยู่ห่างไกลกันในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งเส้นทางที่ใช้สัญจรเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวในบางแห่งยังไม่ได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพมาตรฐานอย่างเพียงพอ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อ นักท่องเที่ยวที่ไม่ชํานาญเส้นทาง ทั้งนี้ถึงแม้จะมีแพคเกจเสนอขายเส้นทางท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดอีสานกลางทั้ง 4 จังหวัดแล้วก็ตาม แต่ยังไม่ครอบคลุมในทุกกิจกรรม ซึ่งรายการท่องเที่ยวที่ถูกนำเสนอนั้นเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ไดแก่ “เส้นทางเที่ยววัด ชมสิม 4 จังหวัดอีสานกลาง” ส่วนการท่องเที่ยวรูปแบบอื่นๆ เช่น การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ การท่องเที่ยวแนวผจญภัย ฯลฯ ยังไม่ถูกนําเสนอขายให้เป็นแพคเกจเดียวกัน

4) ผู้เยี่ยมเยือนมีการใช้จ่ายเฉลี่ยต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับผู้เยี่ยมเยือนในภาคอื่นๆ ของประเทศ โดยมีสาเหตุเนื่องมาจากรายได้เฉลี่ยของผู้เยี่ยมเยือนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติค่อนข้างต่ำ และกิจกรรมที่จะช่วย กระตุ้นการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวของพื้นที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาและบริหารจัดการให้มีคุณภาพในระดับสากล ทําให้ไม่เป็นที่รู้จักและไม่สามารถดึงดูดความสนใจให้ผู้เยี่ยมเยือนรู้สึกได้รับความคุ้มค่าสูงสุดจากการใช่จ่ายเพื่อการพักผ่อนและการบริโภค

ข้อมูลเพิ่มเติม  -  บทสรุปสำหรับผู้บริหาร.pdf

Subscribe to Our Newsletter

ติดตามข่าวสารใหม่ๆเกี่ยวกับศูนย์วิจัยท่องเที่ยวภูมิภาคลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ทันที
The Research Center for Mekong Regional Tourism
  • activity-thumbs
  • activity-thumbs
  • activity-thumbs
  • activity-thumbs
  • activity-thumbs
  • activity-thumbs
  • activity-thumbs