หน้าหลัก ข้อมูลจังหวัด ข้อมูลอำเภอ แหล่งท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร ร้านของฝาก ภาคบริการ
 
     

ลักษณะทางกายภาพ 

     
 

            ที่ตั้ง 
            จังหวัดขอนแก่นตั้งอยู่ บริเวณตอนกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ห่างจากกรุงเทพมหานครเป็นระยะทาง 445 กิโลเมตร อยู่ระหว่างเส้นรุ้ง ที่ 15-17 องศาเหนือ และเส้นแวงที่ 101-103 องศาตะวันออก มีพื้นที่ 10,885.99 ตารางกิโลเมตร หรือ 6.8 ล้านไร่
           
           
อาณาเขตติดต่อ
                            มีอาณาเขต ติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง 9 จังหวัดดังนี้
                          
ทิศใต้                  ติดต่อกับ   จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์
                           ทิศเหนือ              ติดต่อกับ   จังหวัดอุดรธานี จังหวัดเลย จังหวัดหนองบัวลำภู
                           ทิศตะวันออก
     ติดต่อกับ   จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดมหาสารคาม

                           ทิศตะวันตก        ติดต่อกับ   จังหวัดชัยภูมิ   จังหวัดเพชรบูรณ์
 

 
 

แผนที่แสดงที่ตั้งจังหวัด

 
   
 


ลักษณะภูมิประเทศ

 
 

 
 

 
     
 

 สภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบสูง มีพื้นที่สูงต่ำสลับเป็นลูกคลื่น ทางทิศตะวันตกมีความสูงมากกว่าส่วนอื่น เพราะมีแนวเขาภูกระดึงและเพชรบูรณ์วางเป็นแนวยาวกั้นขอบ สำหรับทางทิศตะวันออกและทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีลักษณะสูงต่ำ มีที่ราบลุ่มแม่น้ำคือ แถบลุ่มน้ำชี ในเขตพื้นที่อำเภอพระยืน อำเภอชนบท บ้านไผ่ มัญจาคีรี แวงน้อย แวงใหญ่ เมือง และที่ราบลุ่มน้ำพอง ในเขตพื้นที่อำเภอน้ำพอง อำเภออุบลรัตน์ และอำเภอเมือง พื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางโดยเฉลี่ย 100 -200 เมตร                               

 ลักษณะภูมิอากาศ  

 
     
 

 
     
 

   ที่มา : สถานีอุตุนิยมวิทยาขอนแก่น   จังหวัดขอนแก่น

 
     
 

อุณหภูมิสูงต่างๆ

อุณหภูมิ(องศาเซลเซียส)

 อุณหภูมิสูงสุดโดยเฉลี่ย 

36.3

อุณหภูมิสูงสุดในรอบ 46 ปี (เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ.2503)

42.8

อุณหภูมิต่ำสุด (เมื่อวันที่29 ธันวาคม พ.ศ.2518)

5.6

โดยเฉลี่ยทั้งปีอุณหภูมิสูงสุด(ปี พ.ศ.2545)

32.7

โดยเฉลี่ยทั้งปีอุณหภูมิต่ำสุด  (ปี พ.ศ.2545)

22.6

 
     
     ที่มา : สถานีอุตุนิยมวิทยาขอนแก่น     
     
 

ปริมาณน้ำฝน 

 
 

สถิติน้ำฝน

ปริมาณน้ำฝน

       ปริมาณฝน ตกเฉลี่ย

1402.6 มิลลิเมตร

       จำนวนวันฝนตก

                 105 วัน

      ปริมาณน้ำฝนในรอบ5ปี (..2541-2545)ฝนตกโดยเฉลี่ย

      1,393.06 มิลลิเมตร/ปี

 
     
 

                    การใช้ที่ดิน

พื้นที่ถือครองประมาณ 4.14 ล้านไร่ แยกเป็น
                           
พื้นที่นา                                                         2.73                    ล้านไร่
                           
พื้นที่ไร่                                                         1.05                    ล้านไร่
                           
พื้นที่ไม้ยืนต้น                                              0.112178             ล้านไร่
                           
พื้นที่ปลูกผักและไม้ดอกไม้ประดับ             0.018862             ล้านไร่
                           
อื่นๆ                                                             0.22896                ล้านไร่
           พื้นที่อยู่ในการดูแลของกรมธนารักษ์
                         พื้นที่ขอนแก่น จำนวน
80,415 ไร่ 1,304.76 ตารางวา ได้จัดทำผลประโยชน์ 721 ไร่
 
          464.43 ตารางวา และราษฎรบุกรุก 59 ไร่ 2 งาน 274 ตารางวา
            สถานการณ์ของที่ดินจังหวัดขอนแก่น
                       
ที่ดินมีโฉนดที่ดิน จำนวน 610,917 แปลง
                       
ที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หนังสือแสดงการ3 และนส.3
                      
ที่ดินที่ยังไม่มีโฉนดที่ดิน จำนวน 140,233 แปลง
           สถิติราคาที่ดิน 10 อันดับ ที่มีราคาสูงสุดและต่ำสุด อันดับสูงสุดคือ ที่ติดถนนศรีจันทร์ ตั้งแต่หัวมุม ถนนหน้าเมืองถึงโรงแรมโฆษะ ราคาประเมิน 200,000 บาท/ตารางวา สำหรับราคาประเมินต่ำสุดที่บ้านหนองเขียด อำเภอชุมแพ ราคา 37.50 บาท/
ตารางวา

       

 
 

 
     
 

       ชลประทาน
                              
แหล่งน้ำชลประทานตามโครงการขนาดต่าง ๆ 15 โครงการ เป็นโครงการขนาดกลาง 14 แห่ง มีพื้นที่รองรับ
            น้ำฝน
2,331.62 ตารางกิโลเมตร มีพื้นที่ชลประทานทั้งสิ้น 39,006 ไร่ มีโครงการชลประทานขนาดใหญ่ 1 แห่ง
            คือโครงการน้ำพอง
-หนองหวาย โดยทดน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ ความจุ 2,263.6 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ชลประทาน
            รวม
257,000 ไร่ รวมชลประทาน 15 แห่ง มีพื้นที่รับน้ำฝนรวมทั้งหมด 2,331.62 ตารางกิโลเมตร มีสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า
            ทั้งหมด
105 สถานี พื้นที่โครงการ 262,116 ไร่ พื้นที่ส่งน้ำ199,420 ไร่ และมีพื้นที่ชลประทาน รวม 296,006
ไร่

                  เขื่อนอุบลรัตน์ 

 

 
 

 
     
 

                           เขื่อนอุบลรัตน์ เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ.2507 แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2509 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
        เสด็จพระราช ดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตน์-
       ราชกัญญาฯ ไปทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อนเมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ.2509 
                          
                         ลักษณะเขื่อนและโรงไฟฟ้า เขื่อนอุบลรัตน์ เดิมชื่อ เขื่อนพองหนีบ สร้างปิดกั้นแม่น้ำพองที่อำเภออุบลรัตน์
      จังหวัดขอนแก่น เป็นเขื่อน ไฟฟ้าพลังน้ำแห่งแรกที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้สร้างขึ้นในภาคตะวันออกเฉียง-
       เหนือและเป็นแห่งที่สอง ของประเทศไทยต่อมาจาก เขื่อนภูมิพล
                        ตัวเขื่อนเป็นหินถมแกนดินเหนียว มีความยาว 885 เมตร สูง 32 เมตร ระดับสันเขื่อนอยู่ที่ +185 เมตร
       (รทก.-ระดับน้ำทะเลปานกลาง) สันเขื่อนกว้าง 6 เมตร ฐานเขื่อนกว้าง 120 เมตร อ่างเก็บน้ำมีความจุ 2,263 ล้านลูกบาศก์เมตร
                       อาคารโรงไฟฟ้า ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายมือตัวเขื่อน ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดกำลังผลิต 8,400 กิโลวัตต์
        จำนวน 3 เครื่อง รวมกำลังผลิตทั้งสิ้น 25,200 กิโลวัตต์ ต่อมา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้ทำการปรับปรุง
       เขื่อนอุบลรัตน์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเขื่อนในการบรรเทา อุทกภัยให้สูงขึ้น และเป็นการเสริมความปลอดภัยให้
       แก่ตัวเขื่อนโดยการเสริมสันเขื่อนจากระดับ +185 เมตร (รทก.) เป็นที่ระดับ +188.10 เมตร (รทก.) ส่วนฐานเขื่อน
      ด้านท้ายขยายจากเดิมซึ่งกว้าง120 เมตร เป็น 125 เมตร โดยเริ่มดำเนิน การตั่งแต่ปลายปี พ.ศ.2527 และปรับปรุง
       แล้วเสร็จเมื่อต้นปี พ.ศ.2530
                           ประโยชน์ เขื่อนอุบลรัตน์ เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่เอื้ออำนวยประโยชน์ต่อประชาชนในด้านต่างๆ ดังนี้
                           ด้านผลิตไฟฟ้า สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 55 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง
                           ด้านชลประทานและการเกษตร น้ำที่ปล่อยผ่านการผลิตไฟฟ้าแล้วจะถูกส่งเข้าสู่ระบบชลประทาน
       ให้แก่พื้นที่เกษตรกรรมที่จังหวัดขอนแก่นและมหาสารคาม จำนวน 300,000 ไร่ ช่วยให้ทำการ เพาะปลูกได้ปีละ2 ครั้ง
        และ สามารถปลูกพืชในฤดูแล้งได้ด้วย
                          ด้านการประมง อ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ เป็นแหล่งประมงขนาดใหญ่ที่สำคัญแห่งหนึ่ง ของ ประเทศ
        ทำรายได้ ปีหนึ่งๆ ให้แก่ประชาชนในภูมิภาคนี้เป็นจำนวนมาก ช่วยยกระดับมาตรฐาน การครองชีพของประชาชน
        ให้สูงขึ้น
                         ด้านการบรรเทาอุทกภัย ภายหลังการก่อสร้างเขื่อนอุบลรัตน์สามารถบรรเทาภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้น
        อย่างกระทันหันในฤดูฝน บริเวณแนวฝั่ง ลำน้ำพองถึงแม่น้ำชีให้ลดน้อยลง
                        ด้านคมนาคม อ่างเก็บน้ำของเขื่อนใช้เป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำที่สำคัญ ประชาชนใช้เป็น เส้นทางสัญจร
       ไปมาหาสู่กันอย่างสะดวกและรวดเร็ว ทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ ของประชาชนทั่วไป

 
     
 

                  คุณภาพสิ่งแวดล้อม

 
 

      ขยะมูลฝอย

จังหวัดขอนแก่น มีปริมาณขยะมูลฝอยเกิดขึ้นประมาณ 813 ตัน/วัน หรือ 300,000 ตัน/ปี เกิดจากชุมชนระดับเทศบาลประมาณ 265 ตัน/วัน คิดเป็นร้อยละ 32.6 เกิดจากเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลประมาณ 5-48 ตัน/วัน คิดเป็นร้อยละ 67.4 ชุมชนที่มีการสร้างระบบกำจัดขยะฝังกลบแบบถูกหลักสุขาภิบาล มีจำนวน 7 แห่ง ได้แก่ ศูนย์กำจัดเทศบาลนครขอนแก่น  เทศบาลเมืองเมืองพล  เทศบาลตำบลบ้านไผ่ เทศบาลตำบลชุมแพ เทศบาลตำบลหนองโก เทศบาลตำบลท่าพระ เทศบาลตำบลน้ำพอง ร่วมกับเทศบาลตำบลเขาสวนกวาง และองค์การบริหารส่วนตำบลคำม่วง ซึ่งทั้งหมดสามารถกำจัดขยะได้ประมาณ 276 ตัน/วัน คิดเป็นร้อยละ 34 ของปริมาณขยะทั้งหมดที่เกิดขึ้นส่วนที่เหลือ 537 ตัน/วัน หรือคิดเป็นร้อยละ 66 กำจัดแบบเทกองและเผาซึ่งไม่ถูกหลักสุขาภิบาล
 

      มลพิษทางน้ำ

 ปัจจุบันคุณภาพน้ำในลำน้ำและแหล่งน้ำต่าง ๆ ของจังหวัดขอนแก่น มีสภาพเสื่อมโทรมเนื่องจากการระบายน้ำเสียจากแหล่งต่าง ๆ ได้จากนำน้ำเสียจากชุมชน โรงงานอุตสาหกรรม ฟาร์มปศุสัตว์ และเกษตรกรรม ซึ่งแหล่งกำเนิดมลพิษดังกล่าวส่วนใหญ่ยังขาดการจัดการน้ำเสียให้ได้คุณภาพก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะสำหรับการแก้ไขน้ำเสียชุมชน มีเพียงเทศบาลนครขอนแก่นแห่งเดียว มีการก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย ซึ่งเปิดดำเนินการใช้แล้ว และอยู่ระหว่างการเตรียมพื้นที่ 3 พื้นที่ คือ ได้ดำเนินการออกแบบก่อสร้างแล้ว 2 พื้นที่ คือ เทศบาลเมืองเมืองพล เทศบาลตำบลบ้านไผ่ และอยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาออกแบบ 1 พื้นที่คือ เทศบาลตำบลชนบท และนอกจากนี้ยังได้ศึกษาความเหมาะสม และออกแบบเบื้องต้นอีก 1พื้นที่ คือเทศบาลตำบลชุมแพ
     

         ม
ลพิษทางอากาศและเสียง

 
                      มลพิษทางอากาศและเสียงในจังหวัดขอนแก่น มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนยานพาหนะ
           และโรงงานอุตสาหกรรม สำหรับปัญหามลพิษทางอากาศและเสียงมักจะมีสาเหตุจากโรงงานอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ
          พื้นที่อำเภอน้ำพอง ซึ่งมีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ เช่น โรงงานน้ำตาล และโรงงานผลิตเยื่อกระดาษ และ
          โรงโม่หิน ในเขตพื้นที่อำเภอภูผาม่าน จึงมักมีการร้องเรียนจากชุมชนที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงแหล่งดังกล่าว
 
     
  top